ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีให้เข้ากับธุรกิจของคุณ  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ตุลาคม 11, 2018, 05:51:03 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3013
    • ดูรายละเอียด

ปัจจุบัน SME หลายบริษัทต่างคัดเลือกวิธีการที่จะสร้างศักยภาพในธุรกิจและลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลงที่สุด เพื่อสามารถขับเคี่ยวและรอดชีวิตในยุคที่การค้าขายฝืดเคืองเช่นในเวลานี้ การเปลี่ยนมาใช้ ซอฟแวร์โปรแกรมบัญชีอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุน แม้กระนั้นซอฟแวร์มีมากมายหลายเจ้า จะเลือกอย่างใดจึงจะคุ้มกับเงินลงทุนที่จ่ายไป เราจึงอยากขอชี้ช่องข้อควรตระหนักเพื่อเป็นแนวให้คุณเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีที่ลงตัวกับบริษัทของท่าน ดังนี้ครับ

1.ประเภทอุตสาหกรรม
ร้านค้าของคุณอยู่ในอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านค้าขายปลีก โรงงานผลิต หรือธุรกิจทางด้านงานบริการ ซึ่งแต่ละประเภทอุตสาหกรรม ก็มีรูปแบบการทำบัญชีที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้นักพัฒนาซอฟแวร์จะพัฒนาโปรแกรมบัญชีให้ลงตัวกับแต่ละชนิดธุรกิจ อย่างไรก็ดี โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานกับกลุ่มธุรกิจหลายๆ ประเภทเหมือนกัน แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีที่มีรูปแบบการใช้งานเข้ากับร้านค้าท่าน หรือมีส่วนเบ็ดเตล็ดพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น ธุรกิจก่อสร้าง กิจการรับผลิต และศูนย์กระจายสินค้า ควรจ้างเขียนดีไซน์โปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับกิจการท่านจะดีกว่า
2.ขนาด ร้านค้า
รายละเอียดของการทำบัญชีจะมีความซับซ้อนมากน้อยขึ้นตามขนาดของ ธุรกิจ ท่านอาจจะใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่สามารถใช้งานได้กับ ธุรกิจที่มียอดขาย 1 ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าธุรกิจมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น มีความซับซ้อนทางบัญชีเพิ่มขึ้น โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ เพราะฉะนั้นควร เลือกให้เข้ากับขนาด และสามารถที่จะอัพเกรดวางแผนเผื่ออนาคตไว้ด้วย
3.ฟังก์ชันอะไรบ้างที่ต้องการใช้งาน
ก่อนการ ซื้อซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรถามว่ามีส่วนใดหรือโมดูลอะไรที่ร้านค้าท่านต้องการ ควรลิสความต้องการ คุณสมบัติ หรือรูปแบบการใช้งานออกมาเป็นเรื่องๆ เสียก่อน บางร้านค้าอาจจะอยากได้การเข้าถึงที่ง่ายๆ มีฟังก์ชันไม่ซับซ้อน ขณะที่ร้านค้าอื่นอาจจะต้องรูปแบบตอบสนองรองรับในการชำระเงินออนไลน์ หรือการใช้เครดิตการ์ด หรือมีฟังก์ชั่นบริหารสินค้าคงเหลือ หรือสร้างดัดแปลงใบอินวอยซ์ เองได้ ดั้งนั้นควร เลือกโปรแกรมบัญชีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้ และเข้ากับบริษัทคุณ อย่าเสียเงินให้กับออฟชั่นที่ไม่ได้ใช้งาน
4.การบริการ
ในเวลาที่ท่านมีอุปสรรคใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัทตัวแทนสามารถซับพอร์ท แก้ไขได้ได้ดีเพียงใด ติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาหรือไม่ น่าเชื่อถือหรือไม่ ตัวแทนดูแลอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ และที่สำคัญตัวแทนเหล่านั้น มีผู้ชำนาญการด้านบัญชี คอยให้ข้อเสนอแนะคุณหรือไม่ โดยรายละเอียดเหล่านี้สามารถ research จาก internet หรือสืบถามกิจการที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน
5.งบประมาณ
งบในการซื้อจะเป็นปัจจัยประเด็นหลักที่มีผลต่อการ ตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีทั่วไปจะมีมูลค่าที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีรูปแบบเฉพาะที่ดีไซน์ฟังก์ชันการใช้พิเศษ ท่านคงต้องลงทุนสูงกว่าแน่นอน และก่อนจะตกลงใจซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำตารางวิเคราะห์ความคุ้มค่าขั้นต้น เพื่อจะได้ทราบว่าท่านไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินความจำเป็น หรือไม่คุ้มกับการลงทุน
6.โปรแกรมบัญชีบริษัทตัวแทนให้ทดลงใช้ฟรีหรือไม่
จะดีมากถ้าท่านสามารถทดลองโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อจริง เพราะจะทำให้รู้แง่มุมต่างๆ ทั้งเรื่องความสะดวกในการใช้งาน ปัญหาที่พบ การใช้งาน Function ระบบต่างๆ ลงตัวหรือไม่ เพราะฉะนั้น ก่อน เลือกซื้อซื้อซักถามกับตัวแทนว่ามีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่ โดยปรกติจะจะเปิดให้ลูกค้าลองใช้ได้ 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทีเดียว
ท้ายสุดแล้วควรสืบถามธุรกิจอื่นๆ ที่คุณรู้จักเกี่ยวข้องโปรแกรมบัญชีที่ที่อยู่ในลิส อย่างน้อย 3 ที่ ควรไถ่ถามข้อดีข้อเสีย ปัญหาที่พบจากการใช้งาน สิ่งที่ควรจะปรับปรุง หรือการดูแลและให้คำปรึกษาของตัวแทนขายน่าประทับใจหรือไม่ ทั้งนี้สิ่งสำคัญควรตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีที่ติดตลาด มีธุรกิจใช้จำนวนมาก ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่า

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://thanatongjin.edublogs.org/2015/07/03/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%aa/

Tags : โปรแกรมบัญชี,โปรแกรมบัญชีออนไลน์,โปรแกรมบัญชีใช้งานฟรี