ผู้เขียน หัวข้อ: 5 กระบวนการทำธุรกิจให้เจ๊ง ... ผมลองมาแล้วสรุปว่า “เจ๊ง” จริง!!!  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 13, 2018, 03:26:29 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 35595
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ขณะนี้อยากตอกย้ำชีวิตขอรับ ต้องการแชร์ประสบการณ์เจ็บๆแบบเจ๊งๆแบบแสบๆคันๆ... ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ขอเล่าเลยนะครับ ... ผมเริ่มทำธุรกิจมา 7-8 ปีขอรับ ก็เริ่มจากเล็กๆไต่เต้าไปบ่อยตามจังหวะชีวิต รุ่งบ้างตกบ้างตามภาวะ แม้กระนั้นในความเจริญรุ่งเรืองก็มีรุ่งริ่งครับ เพราะ หลายๆปีที่ผ่านมานี้ผมทำธุรกิจเจ๊งไปหลายอย่าง ธุรกิจแรกๆครั้งเรายังเล็กก็ทำอะไรเล็กๆเจ๊งก็โดนไม่มากหลักพันหลักหมื่น โตขึ้นก็เจ๊งหนักขึ้นเป็นลำดับ ... ถ้าหากนับเป็นตัวเงินของการขาดทุน ผมขาดทุนรวมๆแล้วหลายล้านบาทครับผม อ่านไม่ผิดดอกนะครับ ... หลายล้านบาท!!!
หลายคนคงสงสัย “โหหหห ขาดทุนขนาดๆนี้ ยังอยู่ได้อีกรึ” ... เอ่ออ ยังครับผม ยังอยู่ได้ ผมเจ๊งเยอะแยะ เจ็บหนักก็จริงแต่โชคยังดีที่มีธุรกิจที่ทำแล้วไม่เจ๊งอยู่บ้าง ทำให้เมื่อหักลบกลับหนี้กับที่ขาดทุนไปก็ยังพอเพียงมีกำไร ยังเป็นบวกอยู่บ้าง!!! (ขอไม่เท้าอดีตแล้วก็ภูมิหลังนะครับ กดเข้าไปในอมยิ้มหรือโปรไฟล์ผมได้เลยขอรับ กระทู้เก่าๆเล่าไว้เยอะ)

ในหลายล้านที่ผมเสียไป ผมสรุปสาเหตุของความผิดพลาดออกมาได้เป็นเป็น 5 ข้อ ดังนี้ครับ
 
เจ๊ง ที่ 1 : โจทย์ผลิตภัณฑ์ไม่แข็ง และก็ ตอบโจทย์ลูกค้ามิได้ชัด!!!
ถ้าเกิดตั้งปัญหาผลิตภัณฑ์ไม่แข็ง และ ตอบปัญหาลูกค้าไม่ได้ชัด โอกาสที่จะอยู่รอดได้ในอนาคตก็น้อย เรียกได้ว่าเจ๊งกันตั้งแต่อยู่ในมุ้งเลยครับ เจาะลงไปให้ลึก จำเป็นต้องย้อนกลับไปปริศนาสุดคลาสสิค ... เริ่มทำธุรกิจอะไรดี? … คำถามนี้คนจำนวนไม่น้อยถกกันจนถึงคอแห้งก็ยังไม่ได้คำตอบ ... เรียกได้ว่าเลือกกันไม่ดี มีโอกาสเจ๊งกันตั้งแต่อยู่ในมุ้งเลยครับผม ... ผมเคยนำผลิตภัณฑ์บางจำพวก ไปขายในตลาดที่ไม่ถูกจำต้อง เรียกง่ายๆว่า ขายของผิดตลาดตอบปัญหาลูกค้าแถวนั้นมิได้ ... แน่นอนขอรับสรุปเจ๊งนะครับ ทางออกเป็นจะต้องย้ายร้าน
แนวคิดเพิ่มเติม : เดี๋ยวนี้ ถ้าหากผมจะเริ่มทำกิจการอะไรสักอย่าง ผมมักจะใช้การพิจารณากิจการตาม 2 วิถีทางดังนี้นะครับ
1. หนทางแรกเป็นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะขายก่อน แล้วตั้งข้อซักถามว่ากล่าวสินค้านี้ต้องขายใครกันแน่ ขายไหน ขายเช่นไร แม้กระนั้น ถ้าเกิดไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่หรือเป็นสินค้าที่มีคู่ปรับอยู่แล้วต้องถามว่ากล่าว สินค้าพวกเราดียิ่งกว่าคู่แข่งอย่างไร เพราะอะไรลูกค้าถึงจำต้องเลือกพวกเรา
2. แนวทางลำดับที่สองหมายถึงเลือกกรุ๊ปลูกค้าหรือเลือกตลาดก่อน ว่าอยากจะขายใครขายที่ใด และก็หลังจากนั้นจึงค่อยมาตั้งปัญหาว่า หากลูกค้ากลุ่มนี้หรือตลาดนี้เราควรจะขายอะไร อะไรหรือสิ่งใดที่จะตอบปัญหาแก่ลูกค้าพวกนี้
 
เจ๊ง ที่ 2 : ไม่มีลูกค้ามาซื้อ บริหารไม่เป็น
ธุรกิจที่มันเจ๊งส่วนใหญ่ ก็เพราะว่า มันไม่มีคนซื้อ ... เอ่อ ตอบแบบกำปั้นทุบดินเกินไปมั้ย 555+ ขยายความอีกนิด ถ้าเกิดโจทย์ผลิตภัณฑ์พวกเราแข็งและก็ตอบปัญหาลูกค้าได้แน่นอน จะต้องย้อนกลับไปมองว่าการตลาดเราดีพอสมน้ำสมเนื้อไหม สถานที่ โปรโมชั่น ช่องทางการจัดจำหน่าย ดีและถูกตามควรหรือไม่ ... การที่พวกเรามีผลิตภัณฑ์ที่ดีงามที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้แต่ว่าถ้าเกิดเราไม่สามารถทำให้ลูกค้ารับทราบได้ การมีตัวตนอยู่ของเราได้ ก็ไม่เป็นประโยชน์อันใด
ธุรกิจที่มันเจ๊งนิดหน่อย ก็เนื่องจาก บริหารไม่เป็น ... บริหารไม่เป็นในที่นี้คือ การที่ไม่เข้าใจเนื้อแท้ของธุรกิจนั้นๆเลยทำให้เรามองข้ามปัจจัยสำคัญไป ธุรกิจค้าขายบริหารงานไม่ราวกับธุรกิจบริการ ธุรกิจบริการดูแลงานไม่ราวกับธุรกิจการสร้าง การที่เราไม่รู้เรื่องเนื้อแท้กลุ่มนี้ทำให้พวกเราหลงทาง การลงบัญชีและการเน้นจำนวนสาระสำคัญที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงในแต่ละธุรกิจ ... ผมเคยได้งานที่ทำประจำล้านมาทำ ผลสุดท้ายจากหวังว่าจะมีกำไรกลายเป็นขาดทุนหลักแสน เพราะเหตุว่า ผมไม่เข้าใจ ละเลย และ มองข้ามปัจจัยหลักของธุรกิจนั้นๆไป สรุปเจ๊งหมดรูป
เจ๊ง ที่ 3 : หุ้นส่วนพาเพลิน
หุ้นส่วนธุรกิจนี้สำคัญมาก วิธีการเลือกเฟ้นหุ้นส่วน บ้างก็ตรึกตรองจากเงินทุน บ้างก็ไตร่ตรองจากความสามารถหรือความชำนาญของแต่ละหุ้น บ้างก็ตรึกตรองจากความสนิทติดเชื้อ บ้างก็ไตร่ตรองจากความเชื่อใจ บ้างก็ใคร่ครวญจากดวงศิลปิน หรือจะตรึกตรองจากใดๆก็ตามแต่ หุ้นส่วนธุรกิจนี้จะร่วมรุ่งรวมทั้งตกไปกับพวกเราแน่นอน …
หากเป็นโลกของมืออาชีพ แบบ joint venture พันล้านระหว่างชาติ เขาจะมีกติกาความร่วมแรงร่วมใจ มีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และก็ มีการจัดสรรแบ่งส่วนกำไรหรือแม้กระทั้งการขาดทุนกันเป็นระเบียบเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนร่วมมือกัน แม้กระนั้นสำหรับกิจการเล็กๆที่เราทำๆกัน มักไม่มีความสนใจสิ่งเหล่านี้ก่อเรื่องตามมาจำนวนมากในอนาคต โทษกันไปโทษกันมาไม่จบสิ้น ... ความบกพร่องนี้ของผู้ใดกันแน่? ความเห็นไม่ตรงกันคนไหนกันตัดสิน? ขาดทุนมากเกินกว่าที่กำหนดคนใดกันแน่แบกรับ? ผลกำไรที่ได้มาทำไมคนไม่ทำเป็นมากยิ่งกว่า? หลายๆกรณีวาดฝันอนาคตสวยงาม พบเจอปัญหาจริงเข้าไปก็ไปกันไม่เป็นอย่างยิ่งจริงๆ ... ข้อสรุปเป็น ตัดญาติขาดมิตร หรือ ยุติความเป็นเพื่อก็มีมองเห็นกันเป็นประจำ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ธุรกิจออนไลน์

Tags : ธุรกิจน่าสนใจ,ธุรกิจออนไลน์