ผู้เขียน หัวข้อ: 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า คนประเทศไทยท่องเที่ยวเมื่อไหร่ ก็ย่อมได้  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กันยายน 11, 2019, 06:30:18 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 808
    • ดูรายละเอียด

15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า คนประเทศไทยไปเที่ยวเมื่อใด ก็ย่อมได้
การทำวีซ่า เพื่อไปเที่ยวยังประเทศต่างๆนั้น ดูเหมือนจะยุ่งยาก รวมทั้งหลายขั้นตอนมากๆเพราะฉะนั้นพวกเราจะผ่านมันไป แล้วไปเที่ยวให้บันเทิงใจกับ เที่ยว 30 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า กันเลยดีกว่า ..บางประเทศนั้นก็เป็นที่นิยมของนักเดินทางไทยอีกด้วย
เที่ยว 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า
1. ประเทศจีนไต้หวัน (Taiwan) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ไต้หวัน หลังจากที่ทางรัฐบาลไต้หวัน ได้ประกาศเว้นเสียแต่การตรวจลงตราวีซ่าให้ชาวไทย และก็ประเทศในอาเซียน เมื่อปีที่ล่วงเลยไป ล่าสุดก็ได้ประกาศ “ขยายเวลาฟรีวีซ่า” ให้เพิ่มอีก 1 ปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เดือนสิงหาคม 2560 ถึง 31 กรกฎาคม 2561 คนใดกันแน่มีแพลุกลี้ลุกลนท่องเที่ยวประเทศจีนไต้หวัน อยากแบ็คแพ็คไปสัมผัสเมืองที่วัฒนธรรม ศิลปะ และธรรมชาติ ไม่ว่าจะเที่ยวในเมืองอย่างกรุงไทเป, เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น, ย่านซีเหไม่นแย้ง, อนุสรณ์สถาน ดร.ซุน ยัตเซน, วัดหลงซาน, อาคารไทเป 101, อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก หรือท่าเรือตัมสุ่ย
2. ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
ประเทศเกาหลี เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนประเทศไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆเหตุเพราะใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแค่ 5-6 ชั่วโมง ถ้ากล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีนั้นมีมากหลายที่ โดยยิ่งไปกว่านั้นกรุงโซล Seoul เว้นแต่เป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้แล้ว ยังเป็นเมืองที่ผู้คนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เพราะว่ามีอีกทั้งสถานที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่ช้อปปิ้งที่มีสินค้าให้เลือกทุกประเภท และก็แหล่งบันเทิงต่างๆที่สุดฮิตก็คงจะไม่พ้น พระราชสำนักคยองบกกุง, เกาะนามิ, เมียงมองดง, เกาะเซจู, โซลทาวเวอร์, หมู่บ้านบุกชอนฮันอก, แดดุนซาน, ลอตเต้เวิล์ด นับว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ยอดฮิต
3. ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะรวมกันอยู่มากกว่า 7,000 เกาะ ตั้งอยู่ในห้วงสมุทรแปซิฟิค ชาวฟิลิปปินส์ในขณะนี้มีการสืบสายมาจากการประสมประสานของหลายเชื้อชาติ ได้แก่ ดูโกเลีย อินโดนีเซีย มาเลย์ และก็จีน รวมไปถึงยังมีผู้หลบภัยคนประเทศอินเดีย อาหรับ ประเทศสเปน และอเมริกันมาอาศัยรวมอยู่ด้วย ประเทศที่มีความเด่นทางทะเลก็จะต้องที่นี่ล่ะ มีหาดทราย สมุทร รวมทั้งเกาะล้นหลามเหลือเกิน ลองท่องเที่ยวชมสถานที่และแหล่งธรรมชาติมองสิ ไม่ว่าจะเป็น เมืองมะนิลา, ซีบู, ภูเขาช็อกโกแลต (Chocolate Hills), ปวยร์โตปรินเซซา (Puerto Princesa) นครแห่งทวยเทพ, อุทยานธรรมชาติต้นปะการังเหม็นตุบบาตาฮา (Tubbataha Reef), ภูเขาไฟมายอน (Mayon Volcano), นาขั้นบันไดบานาเว (Banaue Rice Terraces) ฯลฯ
4. ประเทศลาว (Laos) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ประเทศลาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการเป็นประเทศลาว ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทย ถือว่าได้รับความนิยมในเรื่องท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ด้วยลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะอากาศ ภาษา และวิถีชีวิตของคนลาว มีลักษณะที่ไม่ได้ต่างอะไรจากคนไทยเท่าไรนัก สถานที่เที่ยวสำคัญและเป็นที่รู้จักกันดีก็มี เวียงจันทน์ วังเวียง ปากเซ หรือหลวงพระบาง จากไทยสามารถเดินทางไปยังลาวได้ โดยผ่านจุดผ่านแดนบริเวณชายแดนไทย-ลาวทั้งผอง 15 จุด และก็ภาษาลาวนั้นมีสำเนียงคล้ายกับภาษาอีสานของไทยพวกเรานี่แหละ
5. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านชายแดนใต้ของพวกเรา และคนประเทศไทยไทยเดินทางไปเที่ยวมากมายเป็นลำดับหนึ่งประเทศในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ส่วน โดยมีสมุทรจีนใต้กั้น ส่วนแรกคือ แหลมมลายู หรือ มาเลเซียตะวันตก มีชายแดนทางทิศเหนือติดเมืองไทย และก็ทิศใต้ใกล้กับประเทศสิงคโปร์ ส่วนลำดับที่สองเป็น ตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว หรือ มาเลเซียทิศตะวันออก มีเขตแดนด้านทิศใต้ติดอินโดนีเซีย แล้วก็มีพรมแดนล้อมรอบประเทศบรูไน มาเลเซียเป็นพวกริเริ่มตั้งขึ้นของกรุ๊ปประเทศอาเซียน มีเมืองหลวงคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ผู้คนจำนวนมากคงรู้จักการละหมาด ซึ่งประเทศมาเลเซียนั้นมีผู้นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในประเทศ โดยมีสูงถึง 55% ท่องเที่ยวทั้งทีจำต้องไม่พลาดเมืองมะละกา (Melaka), ตึกเปโตรนาส (Petronas Twin Towers), เมืองปุยี่ห้อจายา (Putrajaya), สวนน้ำเลโก้เก๋แลนด์
6. ประเทศเวียดนาม (Vietnam) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
เวียดนาม ถือได้ว่าเป็นเพื่อนบ้านกับไทยมานาน นอกจากนั้น ในประเทศยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอยู่เยอะแยะ เนื่องจากมีสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความสวยงาม รวมทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายแห่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฮอยอัน, อ่าวฮาลอง (Ha Long Bay), ป่าช้าโฮจิมินห์, พระราชสำนักเว้, เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน (The Sand Dunes of Mui Ne)
7. ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
สิงคโปร์ ประเทศเกาะเล็กๆในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ตอนใต้ของเมืองไทยต่อจากประเทศมาเลเซีย เป็นปากอ่าวต้อนรับนักเดินทางจากตะวันตกสู่คาบทวีปตะวันออก ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้าสูงสุดแถวหน้าของโลก ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูง (ขึ้นชื่อว่าเป็นสีสันของทวีปเอเชียเชียวล่ะ) เป็นเมืองท่ารวมทั้งเมืองเศรษฐกิจการค้าขายหลักในแถบเอเชีย มีความมากมายหลากหลายของเชื้อชาติรวมทั้งศาสนา จึงมีไม่เหมือนกันที่พอดีอีกทั้งด้านวัฒนธรรม ความเลื่อมใส ศิลปะแล้วก็เทคโนโลยี แถมยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อลือนามเรื่องความสะอาดอีกด้วย เกาะนี้มีสถานที่เที่ยวแทบจะทุกมุม อย่างเช่น S.E.A. Aquarium, Universal Studio, มาริน่า เบย์ (Marina Bay), คลาร์ก คีย์ (Clarke Quay), วัดศรีมาริอัมมันต์, วัดเจ้าแม่กวนอิม, วัดเซียนฮกเก๋ง
8. เขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macao) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มาเก๊า เป็นเพียงแค่เกาะเล็กเกาะน้อยๆตั้งอยู่รอบๆริมฝั่งทางทิศตะวันออกของจีน และก็อยู่ทางตะวันตกของพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล โดยมีชายแดนชิดกับมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งไม่ห่างจากฮ่องกงเท่าไรนัก ดินแดนที่นี้รู้จักกันดีในหมู่นักเสี่ยงดวง ด้วยเหตุว่ามีคาสิโนถูกต้องตามกฎหมายจำนวนมาก แม้กระนั้นนอกเหนือจากนั้นแล้วมาเก๊ายังน่าท่องเที่ยวอีกด้วย เนื่องจากในอดีตมาเก๊าเคยเป็นประเทศราชของประเทศโปรตุเกส จึงทำให้มีกลิ่นของโปรตุเกสอยู่มาก ทั้งบ้านช่องรวมทั้งวัฒนธรรมการกิน มีบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาด มาเก๊าก็จะมีการตกแต่งไฟสวยๆในบริดวณหลายจุด ดังเช่น Senado Square ถ้าเกิดผู้ใดกันแน่รอเคาท์ดาวน์ที่ประเทศฮ่องกงแล้วก็มาเก๊า บอกเลยว่าจะได้ดูดอกไม้ไฟสุดตระการตาแน่นอน นอกเหนือจากนั้นที่เที่ยวได้รับความนิยมก็ยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น ซากโบสถ์เซนต์ปอล, สี่เหลี่ยมด้านเท่าเซนาโด, วัดอาม่า, ฟอร์ทาเลซา ดู มอนเต, พิพิธภัณฑ์มาเก๊า, มาเก๊าทาวเวอร์, มาเก๊า ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ
9. ประเทศญี่ปุ่น (Japan) : ท่องเที่ยวได้ 15 วัน
ญี่ปุ่น มีเกาะหลัก 4 เกาะด้วยกัน เป็น เกาะฮอกไกโด (Hokkaido) ตั้งอยู่ทางภาคเหนือ, เกาะฮอนยก (Honshu) ตั้งอยู่ทางใจกลางของประเทศ เป็นเกาะหลัก, เกาะชิโกกุ (Shikoku) ตั้งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกทางตอนล่างของเกาะฮอนยก เป็นเกาะที่เล็กที่สุดในบรรดาเกาะหลัก และก็เกาะคิวชู (Kyushu) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ เกาะของประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นหมู่เกาะเทือกเขา ซึ่งในนั้นมีปริมาณหนึ่งเป็นภูเขาไฟ แล้วก็หนึ่งในภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงเยอะที่สุดก็คือ ภูเขาไฟฟูจิ คนไทยเราก็ไปเช็คอินประเทศญี่ปุ่นกันบ่อยมากอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเมืองเกียวโต โอซาก้า ทุ่งนารา ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตก็มี ช้อปปิ้งย่านเคยชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ, วังฮิเมะจิ, ดูทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ณ ฟุระโนะ, เล่นสกีบนเกาะฮอกไกโด เป็นต้น นับได้ว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ยอดนิยม
10. ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
อินโดนีเซีย ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างแดนอิเหนาก็มีสถานที่เที่ยวอันน่าดึงดูดเยอะมากหลายแห่ง ทั้งๆที่ใครหลายคนบางทีอาจไม่รู้จักจะมาก่อน หรือรู้จักแค่บางแห่งที่ลือชื่ออย่าง “เกาะบาหลี” เป็นประเทศที่มีมวลชนมากมายสุดเป็นชั้น 4 รวมทั้งมีหมู่เกาะมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นเกาะบาหลี, มหาเจดีย์บุโรพุทโธ, อุทยานแห่งชาติวัวโมโด (Komodo National Park), เกาะกีลี (Gili Islands), ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple), ดินแดนลึกลับโทราจาแลนด์
11. เขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกง (Hong Kong) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ฮ่องกง ดินแดนที่ไม่เคยหลับ เคยรุ่งโรจน์ยังไงก็ยังเจริญก้าวหน้าอยู่อย่างนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันนี้ที่กลายเป็นเมืองแห่งการช้อปปิ้งลำดับแรกๆของเอเชียไปเสียแล้ว ไม่ว่าใครไปประเทศฮ่องกงก็จะต้องได้สิ่งของติดไม้ติดมือกันมาทั้งนั้น โดยยิ่งไปกว่านั้นผลิตภัณฑ์แบรนด์เนม เพราะเหตุว่าฮ่องกงเป็นดินแดนที่ไม่เสียภาษี ขาช้อปทั้งหลายจึงได้ยิ้มแฉ่งไปตามๆกัน นอกจากการช้อปปิ้งแล้ว ฮ่องกงก็ยังมีสถานที่เที่ยวสุดอันซีนมากไม่น้อยเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น อะเวนิว ออฟ สตาร์, เดอะพีค, ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์, ตลาดช่วงเวลาค่ำคืนเทมเปิลสตรีท
12. ประเทศเขมร (Cambodia) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
เขมร ดินแดนแห่งอารยธรรม สถาปัตยกรรม และเทวสถานที่เคยรุ่งเรืองที่สุดในอดีต ผ่านมานานเป็นพันๆปี กัมพูชา หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า เขมร หรือ ขะแมร์ ทิศเหนือรวมทั้งทิศตะวันตกติดกับเมืองไทยพวกเรานี่เอง สามัญชนโดยมากครึ่งหนึ่งของประเทศมีอายุต่ำลงมากยิ่งกว่า 19 ปี เนื่องจากประเทศเขมรเคยออกศึกเพื่อล้างเผ่าพันธุ์ให้พสกนิกรเหลือน้อยที่สุด ถ้าเกิดได้ท่องเที่ยวจะเห็นประวัติการฆ่า เด็ก คนแก่ ผู้สูงวัย ด้วยวิธีที่ทารุณโหดร้าย กัมพูชาเป็นประเทศที่มีศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนา รวมทั้งสถาปัตยกรรมต่างๆใกล้เคียงกับประเทศไทย ที่พลาดมิได้ก็คือ นครวัด 1 ใน7 สิ่งอัศจรรย์ของโลก นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม อาทิเช่น ทะเลสาบ เทือกเขาสูง น้าตกงามๆป่าดงที่ยังสมบูรณ์บริบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆคือ พระราชวังหลวงพนมเปญ, วังบายน, วังนครธม, วิมานเอกราชหรืออนุสาวรีย์เสรีภาพ และก็ยังมี ‘โรซาน่า บรอดเวย์ เมืองเสียมเรียบ’ คาบาเร่ย์โชว์ที่แรกในเขมรอีกด้วย
13. ประเทศแอฟริกาใต้ (Republic of South Africa) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
แอฟริกาใต้ เป็นประเทศอิสระที่อยู่ตอนท้ายทางด้านใตนสุดของทวีปแอฟริกา มีอณาเขตใกล้กับประเทศนามิเบีย ประเทศบอตสวาทุ่งนา ประเทศซิมบับเว ประเทศโมซัมบิก และก็ประเทศสวาซิแลนด์ ส่วนประเทศเลโซโท (Lesotho) เป็นดินแดนที่ถูกโอบล้อมทุกด้านด้วยเขตแดนของประเทศในทวีปแอฟริกาใต้ แล้วก็ยังเป็นประเทศส่งออกเพชรแล้วก็ทอง มีความมากมายทางวัฒนธรรม และเป็นที่ 3 ของโลกที่มีความมากมายหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิประเทศประกอบไปด้วยริมฝั่ง ภูเขา ทะเลทราย ผืนป่าเขียวขจี และมีสัตว์ป่า แอฟริกาขึ้นชื่อลือนามในเรื่องของอากาศ จำนวนมากจะมีอากาศอบอุ่น แต่ว่าก็มีแดดจัด ฤดูหนาวจะเย็นรวมทั้งฝนตกเพราะแอฟริกาใต้ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ฤดูกาลก็เลยตรงกันข้ามกับ อเมริกาเหนือรวมทั้งยุโรป สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมจะต้องนี่เลย Sun City Resort (รีสอร์ตซันสิตี้) รีสอร์ทและก็คาสิโนสุดหรู, เขตป่าสงวนฮลูฮลูเว้-อัมโฟโลซี่, Blyde River Canyon (หุบผาแม่น้ำไบลด์), Durban Beaches (ชายทะเลเดอร์บัน), able Mountain (เทเบิ้ลมาวเท่น /เทือกเขารูปโต๊ะ), Kruger National Park (อุทยานแห่งชาติครูเกอร์)
14. ประเทศบราซิล (Brazil) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
บราซิล เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดและก็มีราษฎรเยอะที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ มีพื้นที่กว้างขวางระหว่างใจกลางของทวีปอเมริกาใต้แล้วก็มหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีกรุงบราซีเลีย (Brasília) เป็นเมืองหลวงของประเทศ บราซิลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น เหล็ก ทอง ถ่านหิน น้ำมัน นิคเกิล ยูเรเนียม ไม้ซุง แร่ดิบ แล้วก็แร่รัตนชาติ ถือได้ว่าเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลกอย่างยิ่งจริงๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดคือ Cristo Redentor (The Christ the Redeemer) รูปปั้นพระเยซูคริสต์, สนามกีฬา Maracana Stadium, สวนพฤกษชาติ Jardim Botanico, ภูเขากลางอ่าว Guanabara Bay
15. ประเทศบาห์เรน (Bahrain) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
บาห์เรน เป็นประเทศเกาะในอ่าวอิหร่าน (อ่าวอาหรับ) อยู่ห่างจากประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยมีสะพานเชื่อมต่อระหว่างกัน 28 กม. เป็น สะพานคิงฟะฮัด บาห์เรนเคยอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษ บาห์เรนเป็นประเทศแรกในอ่าวอาหรับที่ขุดพบน้ำมันดิบในปี 2475 และมีการสร้าง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : wildtemptationbengals

Tags : wildtemptationbengals,wildtemptationbengals.com,http://wildtemptationbengals.com