ผู้เขียน หัวข้อ: หลายๆท่าน มีลูกยาก เกิดปัญหาการตั้งท้องไม่สำเร็จจนท้อ  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 26, 2017, 05:35:23 PM
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 344
    • ดูรายละเอียด

หลายครั้งใครที่มีปัญหา มีลูกยาก เจอปัญหาการตั้งครรภ์การมีลูก(Pregnancy) คือสภาวะที่เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่และอสุจิจากนั้นได้ตัวอ่อนขึ้นมาในการตั้งครรภ์โดยปกติตัวอ่อนจะไปฝังอยู่ที่เยื่อบุโพรงมดลูกและตัวอ่อนที่มีเพียงเซลล์เดียว จะแบ่งตัวและพัฒนาเป็นอวัยวะต่างๆจนเติบใหญ่เป็นทารกซึ่งเพศหญิงโดยทั่วไปที่มีประจำเดือนปกติและมาสม่ำเสมอทุกทุก 28-30 วันจะมีอายุครรภ์ประมาณ 70 สัปดาห์หรือประมาณ 280 วันนับจากวันแรกของการมีระดูครั้งล่าสุด
ลักษณะ ของการตั้งครรภ์
เมื่อเข้าสู่สภาวะตั้งครรภ์ในช่วง 1-3 สัปดาห์แรกนั้น อาการจะยังไม่แสดงออกมาชัดเจนแต่จะเริ่มมีอาการให้เห็นในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ดังนี้
1 รอบเดือนหรือระดูขาด สำหรับผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์คืออายุจาก 15 ถึง 49 ปีโดยปกติแล้วจะมีประจำเดือนมาปกติและมาใกล้เคียงกันทุกเดือนแต่หากประจำเดือนขาดหายไปนานเกิน 10 วันก็อาจคาดคะเนเบื้องต้นได้ว่าอาจเกิดการตั้งครรภ์ สาเหตุที่ประจำเดือนขาดในช่วงการตั้งครรภ์นั้นเป็นเพราะว่าเมื่อเข้าสู่ภาวการณ์การตั้งครรภ์แล้วนั้นร่างกายของเราจะผลิตฮอร์โมนที่ต้องการต่อการตั้งครรภ์ที่เรียกว่าฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนเป็นจำนวนมากและฮอร์โมนเหล่านี้ก็จะไปทำหน้าที่ในการยับยั้งการมีประจำเดือนและช่วยให้มีครรภ์ที่สุขภาพแข็งแรงแต่ไม่ใช่ว่าภาวะขาดประจำเดือนจะมีสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์เพียงอย่างเดียวบางคราวอาจจะเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนหรือความเปลี่ยนแปลงอื่นๆในร่างกายเช่นผู้หญิงที่พึ่งมีประจำเดือน,หญิงวัยกำลังหมดประจำเดือน,หรือความตึงเครียดมากเกินไปจนทำให้ไข่ไม่ตกหรือโรคบางชนิดจะมีผลต่อการขาดประจำเดือนด้วยเช่นกันเช่นโรคของระบบต่อมไร้ท่อ เช่นเบาหวาน โรคเกี่ยวกับรังไข่
2 ฉี่บ่อย ระดับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนที่เพิ่มเป็นสาเหตุที่เลือดไหลเวียนไปที่มดลูกและทำให้เยื่อบุผนังมดลูกหนาขึ้นเพื่อปกป้องและเอื้อต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์นอกจากนี้ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนยังส่งผลไตขยายตัวขึ้นประมาณ 1.5 cm และทำให้มดลูกและกระเพาะปัสสาวะขยายตัวออกเป็นสาเหตุทำให้เกิดความรู้สึกแน่นและทำให้อยากปัสสาวะถี่ขึ้นนั่นเอง
3อารมณ์ทางเพศมีการเปลี่ยนแปลง การตั้งครรภ์ในเดือนแรกส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนรวมถึงสภาวะอารมณ์ คุณแม่บางรายจะเกิดความต้องการทางเพศมากขึ้นหรือบางคนอาจจะลดน้อยลงซึ่งอาการเหล่านี้จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อเข้าสู่การตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 2
4 ตึงเต้านม ผู้หญิงส่วนใหญ่เวลาใกล้จะมีประจำเดือนจะมีอาการคัดตึงเต้านมเล็กน้อยแต่ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จะมีอาการคัดตึงยิ่งกว่าและนานกว่า เพราะว่าร่างกาย กำลังเตรียมผลิตน้ำนมให้ลูก(บางรายอาจเจ็บเต้านมและหัวนมด้วยทว่าอาการดังกล่าวจะหายไปเองภายหลังจากตั้งครรภ์แล้วประมาณ 3 เดือน)เมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์เพิ่ม เต้านมก็จะยิ่งตึงมากขึ้นหัวนมจะมีสีคล้ำและใหญ่ขึ้นบริเวณลานหัวนมจะกว้างขึ้น
5 คลื่นเหียนอาเจียน ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์โดยมากจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนวิงเวียนศีรษะบางรายก็หน้ามืดเป็นลมอาการเหล่านี้เองที่เรียกว่า"อาการแพ้ท้อง"จะเป็นในช่วงเวลาการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6-12 สัปดาห์แต่บางรายก็อาจจะเป็นจนสัปดาห์ที่ 16 ถึง 20 (สัปดาห์เดือนที่ 4-5) และจะมีน้อยคนที่จะแพ้ท้องไปกระทั่งตอนคลอด สาเหตุเป็นเพราะว่าฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นจากการตั้งครรภ์นั้นไปรบกวนระบบทางเดินอาหารส่งผลให้เกิดการคลื่นไส้หรือพะอืดพะอมและอาเจียนออกมาสำหรับบางคนที่เป็นมากนั้นแพทย์อาจจะต้องให้น้ำเกลือเพื่อเป็นการชดเชย
ส่วนลักษณะอาการแพ้ท้องอื่นๆเช่น
- วิงเวียนศีรษะหรือเป็นลมเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงหรือความดันโลหิตลดลงก็ก่อให้เกิดอาการหน้ามืดวิงเวียนศีรษะได้ คุณแม่ควรกินอาหาร และดื่มน้ำให้เพียงพอก็จะช่วยป้องกันอาการเหล่านี้ได้
-จมูกไวต่อกลิ่นหรือที่เรียกว่าSuper Smell เป็นอาการที่จมูกจะไวต่อกลิ่นทุกชนิดมากยิ่งขึ้น
-ความอยากอาหารเปลี่ยนไปเพราะระดับฮอร์โมนที่เพิ่มจะทำให้การรับรู้รสชาติของคุณแม่เปลี่ยนแปลงไปจนทำให้รู้สึกว่ากินอะไรก็ไม่อร่อยและอาจจะอยากกินของแปลกๆเช่นของเปรี้ยวๆ
6 ความอ่อนล้าและมีอาการอ่อนเพลียคุณแม่จะมีแรงน้อยลงและรู้สึกเหนื่อยมากขึ้นและอยากนอนหลับตลอดเวลาเพราะว่าฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนที่เพิ่มขึ้นส่งผลทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายคลายตัวเหมือนยากล่อมประสาท และพลังงานเหล่านี้ยังช่วยพัฒนาทารกในครรภ์อีกด้วย
7อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเป็นผลมาจากฮอร์โมนในร่างกายที่เกิดการเปลี่ยนแปลงส่งผลให้คุณแม่มีอารมณ์อ่อนไหวแปรปรวน หงุดหงิดง่าย
8 ปวดเกร็งในช่องท้อง ถ้าคุณแม่รู้สึกปวดแบบหน่วงๆก็อาจจะเป็นเพราะการยืดขยายของมดลูกเพื่อให้พร้อมสำหรับการมีบุตรนั้นเอง
แต่ถ้าหากเราอยากรู้ว่าตั้งครรภ์หรือเปล่าก็อาจจะใช้วิธีใช้ที่ตรวจปัสสาวะหรือวิธีการเจาะเลือดหรือไปพบคุณหมอจะตรงเผงที่สุดค่ะ ถ้ารู้สาเหตุแล้วเราก็จะสามารถแก้ไขปัญหาหรือ ตอบคำถามที่ว่า มีลูกยากทำไงดี ได้อย่างถูกต้องและตรงจุดที่เราอยากทราบ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : มีลูกยากทำไงดี

เครดิตบทความจาก : http://www.babyinorder.com/

Tags : มีลูกยาก,มีลูกยากทำไง